<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความงาม สิว ฝ้า</title>
	<atom:link href="http://beauty.thaihealth.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://beauty.thaihealth.net</link>
	<description>beauty สิว ฝ้า การดูแลผิวพรรณ ขาวใส</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Jun 2011 10:55:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>โบทอกซ์ botox ความรู้เบื้องต้น และการฉีดลบรอยย่น</title>
		<link>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-botox-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-botox-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2011 08:17:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รอยย่น]]></category>
		<category><![CDATA[botox]]></category>
		<category><![CDATA[การฉีดลบรอยย่น]]></category>
		<category><![CDATA[โบทอกซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.thaihealth.net/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[โบท๊อกซ์ โบทอกซ์ หรือ botox เป็นพิษที่เกิดจาก โบทูลินุม แบคทีเรีย ซึ่งมีความเป็นพฺษต่อระบบประสาท แต่จากการนำมาใช้พบผลข้างเคียงคือผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้แพทย์ประยุกต์มาใช้เพื่อลบรอยย่นบนใบหน้า Botulinum toxin หรือโบโทลินุม เกิดจากแบคทีเรียชนิดไม่ใช้อากาศ ที่เรียกว่า Clostridium botulinum พบในอาหรกระป๋องที่มีเชื้อ โดยเมื่อผู้ได้รับประทานเข้าไปจะเกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อัมพาต ซึ่งถ้ากล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาต ก็จะถึงแก่ชีวิตได้ อาการเริ่มจาก ปากแห้ง ตาพร่า คลื่นไส้ อ่อนแรงแขนขา พูดลำบาก หายใจไม่ได้ เรียกว่าอาการ โบทูลิซึ่ม Botulism ต่อมา มีการพยายามสกัดสารนี้ออกมา และมีการนำมาใช้ในการแพทย์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1980 โดยจักษุแพทย์ และเริ่มนำมาใช้โดยอายุรแพทย์ระบบประสาท ในการรักษา ภาวะตาเข ภาวะหนังตากระตุก แก้มหรือคอกระตุก หลังจากการใช้ในการแพทย์ระยะหนึ่ง พบว่า คนไข้เกิดชอบใจเนื่องจากรอยย่นที่หัวคิ้วหายไป จึงนำมาใช้ในการรักษารอยย่นชนิดที่เกิดจากกล้ามเนื้อ ใบหน้าทำงานมากไป และแพร่หลายจนบัดนั้น การออกฤทธิ์ ออกฤทธิ์ โดยการไปบล๊อก ตัวส่งสารสื่อประสาท acetylcholine ของกล้ามเนื้อ ทำให้สารสื่อประสาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โบท๊อกซ์ โบทอกซ์ หรือ botox </strong>เป็นพิษที่เกิดจาก โบทูลินุม แบคทีเรีย ซึ่งมีความเป็นพฺษต่อระบบประสาท แต่จากการนำมาใช้พบผลข้างเคียงคือผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้แพทย์ประยุกต์มาใช้เพื่อลบรอยย่นบนใบหน้า<br />
<span id="more-19"></span></p>
<p>Botulinum toxin หรือโบโทลินุม เกิดจากแบคทีเรียชนิดไม่ใช้อากาศ ที่เรียกว่า Clostridium botulinum พบในอาหรกระป๋องที่มีเชื้อ โดยเมื่อผู้ได้รับประทานเข้าไปจะเกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อัมพาต ซึ่งถ้ากล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาต ก็จะถึงแก่ชีวิตได้</p>
<p>อาการเริ่มจาก ปากแห้ง ตาพร่า คลื่นไส้ อ่อนแรงแขนขา พูดลำบาก หายใจไม่ได้ เรียกว่าอาการ <strong>โบทูลิซึ่ม Botulism</strong></p>
<p>ต่อมา มีการพยายามสกัดสารนี้ออกมา และมีการนำมาใช้ในการแพทย์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1980 โดยจักษุแพทย์ และเริ่มนำมาใช้โดยอายุรแพทย์ระบบประสาท ในการรักษา ภาวะตาเข ภาวะหนังตากระตุก แก้มหรือคอกระตุก หลังจากการใช้ในการแพทย์ระยะหนึ่ง พบว่า คนไข้เกิดชอบใจเนื่องจากรอยย่นที่หัวคิ้วหายไป จึงนำมาใช้ในการรักษารอยย่นชนิดที่เกิดจากกล้ามเนื้อ ใบหน้าทำงานมากไป และแพร่หลายจนบัดนั้น</p>
<p>การออกฤทธิ์</p>
<p>ออกฤทธิ์ โดยการไปบล๊อก ตัวส่งสารสื่อประสาท acetylcholine ของกล้ามเนื้อ ทำให้สารสื่อประสาท ทำงานไม่ได้ กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัว โดยจะออกฤทธิ์ ประมาณ 3-6 เดือน</p>
<p>ในไทย มีการนำเข้ามาสองบริษัท ซึ่งเป็นท๊อกซินชนิด serotype A ทั้งคู่</p>
<p>ข้อบ่งชี้</p>
<ol>
<li>รักษารอยย่นของใบหน้าที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่นหน้าผาก หรือหัวคิ้วจากการขมวดคิ้ว</li>
<li>เปลี่ยนรูปทรงของใบหน้า ที่เกิดจากการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เช่น ผู้ที่กรามใหญ่ กล้ามเนื้อกรามทำงานมาก ฉีดแล้วเรียวเล็กลงได้</li>
<li>รักษาภาวะเหงื่ออกมากผิดปกติ hyperhydrosis โดยไม่ทราบสาเหตุ เช่นที่ฝ่ามือ เท้า รักแร้ หน้า</li>
</ol>
<p>ข้อห้ามทำ</p>
<ol>
<li>มีปัญหาแพ้โบท๊อกซ์ หรือ โปรตีนอัลบูมิน</li>
<li>ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร</li>
<li>มีความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้ออยู่แล้ว เช่น มัยแอสทีเนีย myasthenia gravis หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอื่น</li>
<li>เลือดออกง่ายผิดปกติ</li>
<li>ยาบางตัวมีผลต่อโบท๊อกซ์ เช่นยากลุ่มยาแอนติไบโอติกส์ ควินิน</li>
</ol>
<p>การดูแลหลังฉีด</p>
<p>ภายหลังฉีด ควรอยู่ในท่านั่ง หรือยืนประมาณ 4 ชม. เพื่อกันการไหลของยาไปที่อื่น ใช้กล้ามเนื้อ คือขมวดคิ้ว บ่อยๆให้ยาจับกับตัวรับดีๆ อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆไม่ตองทำอะไร ไม่ควรอบซาวน่าสักสามสี่วัน ใช้เครื่องสำอางได้ตามปกติ อาจมีอาการตึงหนักหน้าใน 3-4 วันเป็นปกติ ไม่ต้องกังวล หายไปใน 1-2 สัปดาห์ ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 5 วัน เต็มที่ใน 2-4 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 3-6 เดือน ยิ่งฉีดหลายครั้ง ยิ่งอยู่ได้นานขึ้น</p>
<p>ปัญหาแทรกซ้อน</p>
<ol>
<li>หนังตาบนตก เกิดจากการฉีดไม่ถูกวิธี มักเป็นนาน 1-3 เดือน</li>
<li>คิ้วตก เกิดจากการกระจายยาไปไกลกว่าปกติ หรือฉีดผิดวิธี</li>
<li>มุมปากตก</li>
<li>จ้ำเลือด</li>
<li>ตาแห้ง</li>
<li>แพ้ ผื่นคัน</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>นพ.กิจการ จันทร์ดา</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-botox-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อควรระวังในการเลือกคลินิครักษาสิว</title>
		<link>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2011 08:08:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[Tips and Trick]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกรักษาสิว]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกสกิน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสิว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.thaihealth.net/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[แพทย์ผิวหนัง ที่เป็นแพทย์ที่จบจากการรักษาโรคผิวหนังโดยตรง มีไม่มากนักในประเทศไทย แต่เราจะพบว่า แพทย์ทั่วไป หรือแพทย์สาขาอื่นๆ มักผันตนเองมาทำเกี่ยวกับเรื่องสิว ฝ้า ความสวยความงาม เราจะพบคลินิคเหล่านี้มากมาย บางแห่งตั้งชื่อสวยหรือ คลินิกสกินโน่นนี่ คลินิครักษาสิว หลายร้อยหลายพันแห่ง เรามีวิธีใดในการเลือกคลินิคเหล่านี้ จากประสบการณ์ตรงพบว่า แพทย์ที่จบจากทางผิวหนังโดยตรง มักชอบการรักษาโรค มากกว่า รักษา การไม่มีโรค นั่นคือ มักไม่เชียร์ให้ทำโน่น ทำนี่ เข้าคอร์สมากมายนัก อาจมีข้อยกเว้นบ้าง มักรักษาตามที่จำเป็น หายก็ไม่นัด ไม่หายก็นัด คลินิคที่มีสาขาทั่วไปหลายๆที่ การคัดเลือกแพทย์ คงต้องเอาแพทย์ที่ไม่ใช่เจ้าของเป็นคนทำเวชปฏิบัติ แน่นอน ย่อมไม่ใช่เจ้าของคลินิคเป็นคนทำ ต้องระวังในคุณภาพของแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นแพทย์ที่ไม่ได้จบทางผิวหนัง (แพทย์จบทางผิวหนังปีหนึ่งไม่กี่คน ไม่ถึง 20 คน) ที่สำคัญคือ การไม่ได้อบรมตามความเหมาะสม แต่สอนกันเองระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้องตามสาขาต่างๆ หลายๆแห่ง มีแต่พยาบาลคอยรับหน้า ควรพิจารณาดูแพทย์ ใบประกอบโรคศิลป์ และชื่อที่ติดหน้าร้านของแพทย์ ว่าตรงกันหรือไม่ บางแห่ง ที่เป็นการพาณิชย์มากๆ สังเกตุดูจะเชียร์ให้ทำนั่น ทำนี่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แพทย์ผิวหนัง ที่เป็นแพทย์ที่จบจากการรักษาโรคผิวหนังโดยตรง มีไม่มากนักในประเทศไทย แต่เราจะพบว่า แพทย์ทั่วไป หรือแพทย์สาขาอื่นๆ มักผันตนเองมาทำเกี่ยวกับเรื่องสิว ฝ้า ความสวยความงาม เราจะพบคลินิคเหล่านี้มากมาย บางแห่งตั้งชื่อสวยหรือ <strong>คลินิกสกิน</strong>โน่นนี่ คลินิครักษาสิว หลายร้อยหลายพันแห่ง เรามีวิธีใดในการเลือกคลินิคเหล่านี้<br />
<span id="more-17"></span><br />
จากประสบการณ์ตรงพบว่า</p>
<p>แพทย์ที่จบจากทางผิวหนังโดยตรง มักชอบการรักษาโรค มากกว่า รักษา การไม่มีโรค นั่นคือ มักไม่เชียร์ให้ทำโน่น ทำนี่ เข้าคอร์สมากมายนัก อาจมีข้อยกเว้นบ้าง มักรักษาตามที่จำเป็น หายก็ไม่นัด ไม่หายก็นัด<br />
คลินิคที่มีสาขาทั่วไปหลายๆที่ การคัดเลือกแพทย์ คงต้องเอาแพทย์ที่ไม่ใช่เจ้าของเป็นคนทำเวชปฏิบัติ แน่นอน ย่อมไม่ใช่เจ้าของคลินิคเป็นคนทำ ต้องระวังในคุณภาพของแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นแพทย์ที่ไม่ได้จบทางผิวหนัง (แพทย์จบทางผิวหนังปีหนึ่งไม่กี่คน ไม่ถึง 20 คน) ที่สำคัญคือ การไม่ได้อบรมตามความเหมาะสม แต่สอนกันเองระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้องตามสาขาต่างๆ หลายๆแห่ง มีแต่พยาบาลคอยรับหน้า ควรพิจารณาดูแพทย์ ใบประกอบโรคศิลป์ และชื่อที่ติดหน้าร้านของแพทย์ ว่าตรงกันหรือไม่<br />
บางแห่ง ที่เป็นการพาณิชย์มากๆ สังเกตุดูจะเชียร์ให้ทำนั่น ทำนี่ เป็นคอร์ส<br />
บางแห่งไม่ได้เน้นหาย เน้นหาหมอ<br />
เลเซอร์ หลายๆอย่าง ถ้าไม่เชี่ยวชาญโอกาสเกิดปัญหาสูง เช่น ไอพีแอล IPL บางแห่งแก้ปัญหาโดยการยิงเบาๆ ซึ่งก็ไม่ได้ผลอีก<br />
จริงๆไม่ได้เป็นการแฉกันเอง แต่ต้องการให้มาตรฐานของคลินิครักษา สิ่งที่เจ้าของหวงแหน ซึ่งบางที ก็ไม่ได้เป็นโรค แต่มีคนเชียร์ให้ทำ ตัดสินใจเอาเองนะครับ ระหว่างคนทำ คนถูกทำ</p>
<h3 class="bsuite_related">Related items</h3>
<ul class="bsuite_related">
<li><a href='http://beauty.thaihealth.net/8-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/'>8 ขั้นตอนทำความสะอาดหน้า face cleansing tips</a></li>
<li><a href='http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-acne-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/'>สิว acne คืออะไร สาเหตุสิว การรักษาสิว</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>8 ขั้นตอนทำความสะอาดหน้า face cleansing tips</title>
		<link>http://beauty.thaihealth.net/8-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://beauty.thaihealth.net/8-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2011 08:06:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tips and Trick]]></category>
		<category><![CDATA[cleansing]]></category>
		<category><![CDATA[face]]></category>
		<category><![CDATA[tips]]></category>
		<category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[หน้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.thaihealth.net/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งสำคัญที่สุดของใบหน้าคุณ คือการมีใบหน้าที่สดใส ปราศจากความมันบนใบหน้า เต่งตึง อิ่มเอิบไม่หยาบหรือแห้งกร้าน เคล็ดลับในการทำความสะอาดผิวหน้า ลองเสียเวลาสัก 15 นาทีในตอนเช้าและเย็น tips1 ใช้นมสด ที่ไม่ได้ผ่านความร้อน แตะบนสำลี หมุนวนบนใบหน้า คอ แก้ม 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น tips2 แตงกวาฝาน นำมาเช็ดวนเป็นวงกลมเบาๆบนใบหน้า 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น tips3 ฝานมะเขือเทศครึ่งลูก นำมาวนๆบนใบหน้า คอ 15 นาที และล้างออกด้วยน้ำเย็น tips4 มะนาวฝาน นำมาคลึงๆ ค่อนข้างแรง บนหน้า หรือคอ แต่แนะนำให้ทำ 3-4 วันครั้ง ภายหลังจากที่ล้างหน้าด้วยนม หรือผลเหล่านี้แล้ว ให้ใช้ oat bran หรือ besan ผสมน้ำเปียกๆ แล้วล้างพร้อมถูเบาๆ เพื่อขจัดเซลที่ตายออก ห้ามใช้สบู่ ใช้แต่น้ำเย็นที่สะอาด tips5 ใช้แป้งข้าวเจ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งสำคัญที่สุดของใบหน้าคุณ คือการมีใบหน้าที่สดใส ปราศจากความมันบนใบหน้า เต่งตึง อิ่มเอิบไม่หยาบหรือแห้งกร้าน เคล็ดลับในการทำความสะอาดผิวหน้า ลองเสียเวลาสัก 15 นาทีในตอนเช้าและเย็น<br />
<span id="more-15"></span><br />
tips1</p>
<p>ใช้นมสด ที่ไม่ได้ผ่านความร้อน แตะบนสำลี หมุนวนบนใบหน้า คอ แก้ม 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น</p>
<p>tips2</p>
<p>แตงกวาฝาน นำมาเช็ดวนเป็นวงกลมเบาๆบนใบหน้า 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น</p>
<p>tips3</p>
<p>ฝานมะเขือเทศครึ่งลูก นำมาวนๆบนใบหน้า คอ 15 นาที และล้างออกด้วยน้ำเย็น</p>
<p>tips4</p>
<p>มะนาวฝาน นำมาคลึงๆ ค่อนข้างแรง บนหน้า หรือคอ แต่แนะนำให้ทำ 3-4 วันครั้ง</p>
<p>ภายหลังจากที่ล้างหน้าด้วยนม หรือผลเหล่านี้แล้ว ให้ใช้ oat bran หรือ besan ผสมน้ำเปียกๆ แล้วล้างพร้อมถูเบาๆ เพื่อขจัดเซลที่ตายออก ห้ามใช้สบู่ ใช้แต่น้ำเย็นที่สะอาด</p>
<p>tips5</p>
<p>ใช้แป้งข้าวเจ้า ทำความสะอาด ถ้าหน้ามัน ใช้มะนาวช่วย</p>
<p>tips6</p>
<p>ใช้ buttermilk นวดคลึงบริเวณใบหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น</p>
<p>tips7</p>
<p>ใช้ก้อนน้ำแข็งธรรมดา คลึงและล้างใบหน้า</p>
<p>tips8</p>
<p>วางแอปเปิลฝานบางๆ บนใบหน้าคุณ ทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อทำให้หน้าเต่ตึงกระชับ แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นธรรมดา<br />
<h3 class="bsuite_related">Related items</h3>
<ul class="bsuite_related">
<li><a href='http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%84/'>ข้อควรระวังในการเลือกคลินิครักษาสิว</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beauty.thaihealth.net/8-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิว acne คืออะไร สาเหตุสิว การรักษาสิว</title>
		<link>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-acne-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-acne-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2011 07:59:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[acne]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษาสิว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.thaihealth.net/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[สิว (อังกฤษ: Acne / Pimple / Zits) คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาว ๆ อยู่ข้างใน ขึ้นตามหน้า เกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัวสิว โคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละอองในอากาศ และแบ่งได้อีก สาเหตุสิว สาเหตุของสิว มีหลายสาเหตุ เป็นที่ถกเถียงกันว่า สิวเกิดจากอะไร สาเหตุหลัก ๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัยดังนี้ 1. ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และ ผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด 2. ปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, ความสะอาด และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สิว</strong> (อังกฤษ: Acne / Pimple / Zits) คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาว ๆ อยู่ข้างใน ขึ้นตามหน้า เกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัว<strong>สิว </strong>โคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละอองในอากาศ และแบ่งได้อีก</p>
<p>สาเหตุสิว<br />
สาเหตุของ<strong>สิว</strong> มีหลายสาเหตุ เป็นที่ถกเถียงกันว่า <strong>สิว</strong>เกิดจากอะไร สาเหตุหลัก ๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัยดังนี้<br />
<span id="more-9"></span></p>
<p>1. ปัจจัยภายใน<br />
ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และ ผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด</p>
<p>2. ปัจจัยภายนอก<br />
ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, ความสะอาด และ อาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้</p>
<p>วิธีป้องกันและรักษา<br />
วิธีป้องกันง่ายๆ คือ การกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิด<strong>สิว</strong> ไม่ให้มันกำเริบ โดยมีข้อแนะนำต่างๆ ดังนี้</p>
<p>นอนหลับให้เพียงพอ &#8211; การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอและเพลีย<br />
อารมณ์ขัน &#8211; อารมณ์ขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุของสิว<br />
กินอาหารจำพวกผัก &#8211; การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย<br />
ไม่กินอาการที่มีไขมันสูงแต่พอดี &#8211; หากเราเกิดอาหารไขมันสูงมากๆ เข้า จะทำให้มีไขมันอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว<br />
ล้างหน้าให้สะอาด &#8211; การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวัง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ<br />
ใช้กระดาษซับหน้ามัน &#8211; หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่ง ควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย<br />
หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด &#8211; เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว<br />
ใช้หลังฝ่ามือลูบแทน &#8211; หลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นแล้วการใช้หลังฝ่ามือลูบคลำเล็ก ๆ น้อยๆ ถือว่าไม่ทำให้สกปรกมากนัก แต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ<br />
ใช้ยากำจัดหัวสิว &#8211; ปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปตามศูนย์การค้า<br />
ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ &#8211; วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A สุดอยู่ สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป<br />
ใช้ยาอย่างจริงจัง &#8211; การใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม โดยเน้นไปที่ยาประเภท เบนซอย์เพอรอกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือประเภทที่มีกรดซาลิซีลิก (Salicylic Acid) ที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ข้อควรระวัง ควรเริ่มใช้จากเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงๆ จะทำให้ผิวเราแพ้ และอาจเกิดอาการแพ้ยา<br />
ปรึกษาแพทย์ &#8211; หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เป็นการดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ ซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกรักษาหน้าเปิดอยู่ทั่วไป<br />
ดึงข้อมูลจาก &#8220;http://th.wikipedia.org/wiki<br />
<h3 class="bsuite_related">Related items</h3>
<ul class="bsuite_related">
<li><a href='http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%84/'>ข้อควรระวังในการเลือกคลินิครักษาสิว</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beauty.thaihealth.net/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-acne-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>plasmalite and IPLกับการกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์</title>
		<link>http://beauty.thaihealth.net/plasmaliteipl%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://beauty.thaihealth.net/plasmaliteipl%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2011 15:33:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำจัดขนถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[เลเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[IPL]]></category>
		<category><![CDATA[plasmalite]]></category>
		<category><![CDATA[การกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัดขน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.thaihealth.net/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[plasmalite and IPLกับการกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์ ประเดิมเว็บใหม่ด้วยเรื่อง การกำจัดขนถาวรด้วยเครื่องมือที่ใช้แสง และเลเซอร์ หลายๆคนคงคุ้นเคยกับการใช้เลเซอร์กำจัดขนถาวร ทราบหรือไม่ว่า ที่อเมริกา การใช้คำว่า กำจัดขนถาวรโดยใช้เลเซอร์ต้องระวังมาก เพราะเลเซอร์หลายๆอย่าง กำจัดไม่ได้ทั้งหมดถาวร เพียงแต่ลดจำนวนขนที่ดำให้ลดลงเท่านั้น หรือที่เราใช้ว่า laser hair reduction จากประสบการณ์ที่เคยใช้มา 4 ชนิด และผลการรีวิวจาก laserhairremovalreview.com เราพบว่าเครื่องมือมีใหญ่ๆด้วยกัน 5 ชนิดคือ 1.IPL หรือ Plasmalite เป็นเครื่องมือใช้แสงสว่าง และกำหนดช่วงคลื่นที่จะทำลายรากขน(ที่มีสีเข้ม) โดยทั้งนี้ แสงจะเข้าไปลึกและนานพอที่จะทำให้เกิดผลได้ แต่ต้องสั้นไม่ให้เกิดความอนสะสมที่ผิวสูงไป และปลอดภัยพอควรต่อผิวหนัง ที่ต้องมีการทำความเย็นไว้ ช่วงคลื่นที่เครื่องพวกนี้สร้างได้คือ 590-1200 nm หรือคลื่นแสงสีแดง เป็นเครื่องมือที่เคลมว่า ดี เร็ว เจ็บน้อย และกำจัดขนได้รวดเร็วที่สุด ข้อเสียคือ ต้องทำในผู้ที่เข้าใจและเชี่ยวชาญ และไม่สามารถกำจัดขนสีอ่อน หรือในคนผิวดำ ผลการรักษาโดยรวมได้ A 2.เลเซอร์ไดโอด ปล่อยคลื่นสีแดงช่วง 800-810 nm ปัญหาคือประสิทธิภาพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>plasmalite and IPLกับการกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์</strong> ประเดิมเว็บใหม่ด้วยเรื่อง การกำจัดขนถาวรด้วยเครื่องมือที่ใช้แสง และเลเซอร์ หลายๆคนคงคุ้นเคยกับการใช้เลเซอร์กำจัดขนถาวร ทราบหรือไม่ว่า ที่อเมริกา การใช้คำว่า กำจัดขนถาวรโดยใช้เลเซอร์ต้องระวังมาก เพราะเลเซอร์หลายๆอย่าง <strong>กำจัดไม่ได้ทั้งหมดถาวร</strong> เพียงแต่ลดจำนวนขนที่ดำให้ลดลงเท่านั้น หรือที่เราใช้ว่า <strong>laser hair reduction </strong><br />
<span id="more-7"></span></p>
<p>จากประสบการณ์ที่เคยใช้มา 4 ชนิด และผลการรีวิวจาก laserhairremovalreview.com เราพบว่าเครื่องมือมีใหญ่ๆด้วยกัน 5 ชนิดคือ</p>
<p><strong>1.IPL หรือ Plasmalite</strong> เป็นเครื่องมือใช้แสงสว่าง และกำหนดช่วงคลื่นที่จะทำลายรากขน(ที่มีสีเข้ม) โดยทั้งนี้ แสงจะเข้าไปลึกและนานพอที่จะทำให้เกิดผลได้ แต่ต้องสั้นไม่ให้เกิดความอนสะสมที่ผิวสูงไป และปลอดภัยพอควรต่อผิวหนัง ที่ต้องมีการทำความเย็นไว้ ช่วงคลื่นที่เครื่องพวกนี้สร้างได้คือ 590-1200 nm หรือคลื่นแสงสีแดง เป็นเครื่องมือที่เคลมว่า ดี เร็ว เจ็บน้อย และกำจัดขนได้รวดเร็วที่สุด ข้อเสียคือ ต้องทำในผู้ที่เข้าใจและเชี่ยวชาญ และไม่สามารถกำจัดขนสีอ่อน หรือในคนผิวดำ ผลการรักษาโดยรวมได้ A</p>
<p><strong>2.เลเซอร์ไดโอด</strong> ปล่อยคลื่นสีแดงช่วง 800-810 nm ปัญหาคือประสิทธิภาพ ความช้าและเจ็บ ผลการรักษาโดยรวมได้ B-</p>
<p><strong>3.Nd:Yag</strong> เป็นเลเซอร์ที่เรียกว่า cold laser ปลดปล่อยคลื่นช่วง 1064 nm ช่วงหลังๆพัฒนาให้มี pulse ยาวขึ้นเรียกว่ long pulsed ซึ่งให้ผลการรักษาดีในคนที่ผิวดำ ผลการรักษาโดยรวมได้ B+</p>
<p><strong>4.Alexandrite laser</strong> ให้ช่วงคลื่นในช่วง 755 nm เนื่องจากอยู่ในช่วงความถี่ต่ำ อาจเกิดความร้อนสะสม เจ็บ ต้องมีการให้ความเย็นผิวหนังตลอดเวลาโดยการเป่าลมเย็น ผลการรักษาโดยรวมได้ B- แต่จะดีในขนอ่อนสีอ่อน เนื่องจากลักษณะของคลื่นนั่นเอง</p>
<p><strong>5.Ruby laser</strong> ให้ความยาวคลื่น 694 และผลการรักษาด้อยที่สุดที่ C-</p>
<p>ดูและเลือกกันเองนะครับ แต่ประสบการณ์ที่ใช้ในเครื่องดังกล่าว ในความเห็นส่วนตัว 1,3,4 ให้ผลดีมากในคนผิวอ่อนๆ ในคนไทย น่าจะใช้ 1,4 ครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ชื่อทางการค้า</span></p>
<ol>
<li><strong>Pulsed Light:</strong><br />
EpiLight, PhotoDerm, Quantum, Aculight, or Vasculight<br />
plasmalite</li>
<li><strong>Diode:</strong><br />
SLP 1000<br />
F1 Diode<br />
Light Sheer<br />
MeDioStar<br />
LaserLite<br />
Epistar<br />
Apex 800</li>
<li><strong>Nd: Yag:</strong><br />
CoolGlide<br />
Medlite IV<br />
Varia<br />
Athos<br />
Lyra<br />
Image</li>
<li><strong>Ruby:</strong><br />
RubyStar<br />
E2000</li>
<li><strong>Alexandrite:</strong><br />
GentleLASE<br />
Apogee<br />
EpiTouch Plus</li>
</ol>
<h3 class="bsuite_related">Related items</h3>
<ul class="bsuite_related">
<li><a href='http://beauty.thaihealth.net/ipl%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5/'>IPL คืออะไร ทำไมต้อง IPL</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beauty.thaihealth.net/plasmaliteipl%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>IPL คืออะไร ทำไมต้อง IPL</title>
		<link>http://beauty.thaihealth.net/ipl%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://beauty.thaihealth.net/ipl%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2011 15:31:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[IPL]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัดขนถาวร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.thaihealth.net/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[ผมค่อนข้างจะโชคดี ที่ได้สัมผัส IPL และ FPL ตั้งแต่แรกๆ ที่มันเข้ามาในเมืองไทย จริงๆแล้ว เจ้าเครื่องIPL หรือ intensed pulsed light นี้ไม่ใช่ของใหม่ เป็นเทคโนโลยี ที่ได้คิดค้นมาตั้งแต่ปี 1991 โดย Morgan Gustavsson (และได้ขายให้กับบริษัทของ Israel ก่อนจะมาเปิดบริษัททำเอง)เป็นความฟลุ๊คอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสรักษา คุณ Morgan ด้วย และได้รับการสอนเรื่อง FPL ,IPL จากมือเขาโดยตรง Dermapulse 2002 เทคโนโลยี IPL หรือ Intensed Pulsed Light ใช้หลักการของการใช้แสงแฟลช ความเข้มข้นสูง ที่เปล่งออกมาในช่วงสั้นๆ และมีการกรองโดย laser dye หรือ crystal ให้ช่วงความถี่ของแสง ผันแปรตามการใช้งานได้ เรื่องแรก ออกแสดงในการประชุมวิชาการแพทย์ที่สตอล์คโฮล์ม เมื่อ 1990 และต่อมาในปี 1991 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมค่อนข้างจะโชคดี ที่ได้สัมผัส IPL และ FPL ตั้งแต่แรกๆ ที่มันเข้ามาในเมืองไทย จริงๆแล้ว เจ้าเครื่องIPL หรือ intensed pulsed light นี้ไม่ใช่ของใหม่ เป็นเทคโนโลยี ที่ได้คิดค้นมาตั้งแต่ปี 1991 โดย Morgan Gustavsson (และได้ขายให้กับบริษัทของ Israel ก่อนจะมาเปิดบริษัททำเอง)<strong>เป็นความฟลุ๊คอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสรักษา คุณ Morgan ด้วย และได้รับการสอนเรื่อง FPL ,IPL จากมือเขาโดยตรง</strong></p>
<p><strong><span id="more-4"></span><br />
</strong></p>
<p><img src="http://www.thaihealth.net/blog/wp-content/dermapulse2002.jpg" border="0" alt="dermapulse 2002" hspace="0" align="baseline" /></p>
<p>Dermapulse 2002</p>
<p>เทคโนโลยี IPL หรือ Intensed Pulsed Light ใช้หลักการของการใช้แสงแฟลช ความเข้มข้นสูง ที่เปล่งออกมาในช่วงสั้นๆ และมีการกรองโดย laser dye หรือ crystal ให้ช่วงความถี่ของแสง ผันแปรตามการใช้งานได้ เรื่องแรก ออกแสดงในการประชุมวิชาการแพทย์ที่สตอล์คโฮล์ม เมื่อ 1990 และต่อมาในปี 1991 ปรับปรุงให้ดีขึ้นเป็น FPL หรือ fluorescense pulsed light และเป็นที่ฮือฮากันมาก เนื่องจากสามารถรักษา ความผิดปกติทางผิวหนังได้หลายอย่างท่ไม่เคยทำมาได้ เช่นการกำจัดขน กำจัดเส้นเลือดขอด และ เม็ดสีผิดปกติ โดยไม่ต้องทำลายชั้นผิวหนัง</p>
<p>หลักการของ IPL ง่ายๆ คือ อาศัยคุณสมบัติของผิว และส่วนประกอบต่างๆ ของผิว เช่น เม็ดสี เส้นเลือด และขน ที่ดูดกลืนคลื่นรังสีในย่านต่างกัน ทำให้เราสามารถออกแบบ ให้แสง ที่ความถี่ที่ทะลุผ่านผิวหนังโดยไม่ทำให้เกิดความร้อน และลงไปทำลายรากขนโดยตรงได้ หรือลงไปทำให้เส้นเลือดเกิดความร้อน หดตัว รักษาเส้นเลือดฝอยได้ โดยที่แสงนั้น เปล่งในระยะสั้นมาก ไม่ร้อนพอที่จะทำลายผิวหนัง แต่จะร้อนถึง 70 องศาในบริเวรอื่นๆเช่นขน เส้นเลือดฝอย ความร้อนนี้พอที่จะทำลายโปรตีนในรากขน หรือเส้นเลือดได้</p>
<p>พูดแล้วดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วยากมาก เนื่องจากคุณสมบัติการดูดกลืนของแสงนี้ แตกต่างกันน้อยมาก ที่สำคัญคือ เราไม่สามารถกรองแสงให้มีความถี่เดียวทั้งหมด ยังมีรังสีในย่านอื่นออกมา ทำให้บางครั้ง แทนที่จะร้อนเฉพาะขน แต่กลับทำให้หนังไหม้ หรือในทางกลับกัน ยิงเบาไป ไม่ถึงจุดที่ทำลายเส้นขน เป็นต้น ปัจจุบัน เราต้องอาศัยตัวช่วย คือ การทำให้เย็นเฉพาะส่วน เช่น เย็นที่ผิวหนัง โดยการใส่เจลเย็น หรือเครื่องเป่าลมเย็น หรือหัวคริสตัลที่เย็น ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างอุณหภูมิได้มาก สามารถยิงได้แรง แต่ผิวไม่ไหม้</p>
<p>ความแตกต่างของ IPL และ FPL คือ IPL ใช้ คริสตัล ในการแยกแสง แต่ FPL ใช้ fluorescense dye ทำให้การกรองแสงที่ไม่เหมาะสมออกดีกว่า การรักษาจึงมีผลข้างเคียงเช่น การไหม้ ในระดับต่ำกว่า</p>
<p>การรักษาแบบ IPL และ FPL สามารถใช้ในการรักษาแทบจะทุกชนิดของโรค เช่น รอยแดงจากสิว กระ กำจัดขนถาวร เส้นเลือดขอด เส้นเลือดฝอยที่เกิดจากการรักษาฝ้า ปานบางชนิด และที่ฮือฮาคือ การลดรอยย่น ที่เรียกว่า skin rejuvenation โดยอาศัยหลักการที่ความร้อนไปกระตุ้นคอลลาเจนเกิดใหม่ แต่ได้ผลช้า ทำหลายที ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล</p>
<p>การเลือกที่จะทำ หรือแพทย์ ต้องระวังให้มาก ไม่มีข้อแนะนำให้ ได้ดีกว่าขอดูประกาศนียบัตรที่รับรองจากสถาบันที่ได้รับการรับรอง เช่น สถาบันโรคผิวหนัง การให้พยาบาลทำให้ ยิ่งแย่ไปใหญ่ ที่สำคัญคือ ถามแพทย์ทุกครั้งว่า จำเป็นต้องทำจริงหรือไม่ เพราะปัจจุบัน มีเลเซอร์เฉพาะ ที่รักษาได้ดีเท่า หรือดีกว่า IPL ในแง่ผลข้างเคียงต่ำ ออกมาอยู่เรื่อยๆ เช่น การรักษาขน ก็จะมี long-pulsed ND-Yag ,alexandrite . การรักษาปาน รอยสัก และกระ ก็จะใช้ q-switch เส้นเลือดขอด ก็จะมี Long pulsed ND-Yag รอยแผลเป็น ฯลฯ</p>
<p>ถ้าไปที่คลินิค มีเครื่องมือนี้ ตัวเดียว ไม่ว่ากัน ผลการรักษาจาก IPLและ FPL ที่ได้ผลที่สุดคือ รอยแดงจากสิว รอยแดงจากการรักษาฝ้า หรือการฉีดแผลเป็น และการกำจัดขนถาวร แต่ถ้ามีหลายตัวเลือก ก็อาจจะต้องถามแพทย์ก่อนเสมอ<br />
<h3 class="bsuite_related">Related items</h3>
<ul class="bsuite_related">
<li><a href='http://beauty.thaihealth.net/plasmaliteipl%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/'>plasmalite and IPLกับการกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beauty.thaihealth.net/ipl%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

